5 ปรากฏการณ์โลก ที่จะเกิดกับ “เงินดิจิทัล”

เป็นกระแสแรงได้ต่อเนื่องสำหรับเงินดิจิทัลซึ่งเป็นเงินสกุลใหม่ที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งล้ำหน้าพัฒนาไปรวดเร็วมากจนคนส่วนใหญ่ตามไม่ทัน แม้แต่ธนาคารกลางซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รักษากฎกติกาของเงินตราก็ยังแทบจะไล่ไม่ทัน ซึ่งเงินสกุลดิจิทัลนี้มีอยู่ด้วยกันหลายเจ้าหรือหลายยี่ห้อ แต่ที่ถูกพูดถึงมากและเป็นเจ้าตลาดก็คือ บิตคอยน์ (Bitcoin) โดยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้น 1,500% ไปอยู่ที่ 16,200 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ และเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 19,800 ดอลลาร์เมื่อกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ส่วนเงินดิจิทัล ยี่ห้ออื่น ๆ นอกเหนือจากบิตคอยน์ ก็มีราคาเพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้มูลค่ารวมของตลาดเงินดิจิทัลทะยานไปแตะ 7.7 แสนล้านดอลลาร์แล้ว ขณะที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ พากันทำนายว่าในปี 2018 จะมีปรากฏการณ์หลัก ๆ 5 อย่างเกิดขึ้นกับเงินดิจิทัล

1.สถาบันจะแห่เข้าลงทุนมากขึ้นจำนวนนักลงทุนประเภทสถาบันที่เข้าลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับบิตคอยน์กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากซีเอ็มอีกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายอนุพันธ์ระดับโลก และตลาดตราสารอนุพันธ์นิวยอร์ก (ซีบีโออี) แล้ว ยังมีแคนเตอร์ ฟิตช์เจอรัลด์ บริษัทที่ให้บริการผลิตภัณฑ์การเงินและตลาดหุ้นแนสแดค ให้ความสนใจจะออกอนุพันธ์เกี่ยวกับบิตคอยน์เช่นกัน และคาดว่าทางการจะอนุมัติกองทุนอีทีเอฟบิตคอยน์ภายในครึ่งหลังของปี 2018 หรือต้นปี 2019

2.การควบคุมเข้มขึ้น-ราคาลดลงทางการประเทศต่าง ๆ จะพยายามควบคุมการเก็งกำไรเงินดิจิทัลมากขึ้น โดยช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของเงินตราดังกล่าว เห็นได้จาก SEC เคยระงับการซื้อขายหุ้นของบางบริษัทที่มีการอ้างว่าเกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล ซึ่งหากมีการควบคุมมากขึ้นแน่นอนว่าราคาเงินดิจิทัลจะลดลง เห็นได้จากเดือนกันยายนปีที่แล้วเมื่อรัฐบาลจีนประกาศปราบปรามเงินดิจิทัล ทำให้ราคาบิตคอยน์ลดลง 2,000 ดอลลาร์ โดยคาดว่าหากราคาลดลงเดือนละ 25% กองทุนเฮดจ์ฟันด์เงินดิจิทัลที่มีอยู่จำนวนมากจะไม่สามารถรับมือได้

3.ความผันผวนสูงมากผู้เชี่ยวชาญทำนายว่า ราคาของบิตคอยน์ปีนี้จะผันผวนสูงมาก โดยเป็นไปได้ที่ราคาจะเหวี่ยงอย่างหนัก ตั้งแต่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึง 30,000 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบิตคอยน์ สาเหตุก็เนื่องจากบิตคอยน์มีการสร้างเหรียญใหม่ขึ้นมาชื่อ บิตคอยน์ แคช (Bitcoin Cash) จึงเกิดทางแยกขึ้นมา ซึ่งในระยะสั้นการแยกดังกล่าวจะเป็นแรงหนุนส่งราคา แต่ระยะยาวจะกลายเป็นอุปสรรค โดย ณ ปลายปีที่แล้ว บิตคอยน์เดิม ซื้อขายที่ 16,000 ดอลลาร์ ส่วนบิตคอยน์ แคช อยู่ที่ 2,600 ดอลลาร์

4.บิตคอยน์ยืนยง-รายเล็กเติบโตแม้ว่าในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาราคาบิตคอยน์จะไม่ค่อยขยับไปไหน ขณะที่เงินดิจิทัลรายเล็ก ๆ อีกหลายยี่ห้อ เช่น ริปเปิล สเตลลาร์ และทรอนราคาขยับขึ้นไปมากจนมีมูลค่าตามราคาตลาดสูง แต่เนื่องจากบิตคอยน์ลงหลักปักฐานมั่นคงมากที่สุดดังนั้นจึงยังไม่มีเงินดิจิทัลรายอื่นเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับนักลงทุน

5.มีโอกาสเห็น “ไอพีโอ” เงินดิจิทัลตลาดเงินดิจิทัลที่เติบโตขึ้นมาก ส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินดิจิทัลร่ำรวยกลายเป็นบริษัทที่มีขนาด 1,000 ล้านดอลลาร์ เช่น คอยน์เบส ที่มีมูลค่าบริษัท 1,600 ล้านดอลลาร์ แสดงท่าทีว่าอาจจะนำหุ้นออกขายแก่สาธารณชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่เนื่องจากในสหรัฐมีการควบคุมเข้มงวด ดังนั้นบริษัทเงินดิจิทัลที่จะทำการไอพีโอเป็นรายแรกจะอยู่นอกสหรัฐ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่านักลงทุนควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน หากได้ยินบริษัทใดก็ตามประกาศว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เงินดิจิทัล

0 Shares
error: Content is protected !!